
ในหมู่เหล่าฑูตสวรรค์ของศาสนาคริสต์ “เครูบิม” (Cherubim) เป็นหนึ่งในชั้นสูงสุดแห่งสวรรค์ รองจากเซราฟิม และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความรู้ และการพิทักษ์พระสิริของพระเจ้า คำว่า Cherubim มาจากภาษาฮีบรู ซึ่งแปลว่า “ผู้คุ้มกัน” หรือ “ผู้ใกล้ชิดพระเจ้า”
พวกเขาถูกกล่าวถึงหลายครั้งในพระคัมภีร์ ทั้งในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ โดยมักปรากฏในฐานะผู้พิทักษ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญลักษณ์ของการประทับอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า
ครั้งแรกที่เครูบิมถูกกล่าวถึงคือใน หนังสือปฐมกาล หลังจากอาดัมและเอวาถูกขับออกจากสวนเอเดน พระเจ้าทรงตั้งเครูบิมและดาบเพลิงเฝ้าทางเข้าสู่สวน เพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์กลับไปกินผลไม้จากต้นไม้แห่งชีวิตได้อีก เหตุการณ์นี้ทำให้เครูบิมมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ผู้พิทักษ์แดนสวรรค์” และ “ผู้รักษาความศักดิ์สิทธิ์” ของพระประสงค์
ต่อมาใน หนังสืออพยพ เครูบิมถูกกล่าวถึงอีกครั้งในบริบทของ “หีบพันธสัญญา”
ซึ่งเป็นหีบศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุบัญญัติสิบประการ พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสสร้างรูปเครูบิมสององค์ทำจากทองคำประดับบนฝากหีบ โดยทั้งสององค์กางปีกออกและหันหน้าเข้าหากันเพื่อปกป้องที่ประทับของพระเจ้า ซึ่งเรียกว่า “พระที่นั่งแห่งพระเมตตา” ภาพนี้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของการประทับอยู่ของพระเจ้าในโลกมนุษย์
เครูบิม (Cherubim) ของศาสนาคริสต์ ในเชิงเทววิทยา เครูบิมถูกจัดอยู่ใน “ลำดับชั้นที่สอง” ของเหล่าฑูตสวรรค์ใน The First Hierarchy รองจากเซราฟิม พวกเขามีหน้าที่หลักคือการรักษาความรู้แห่งพระเจ้า และการพิทักษ์ความจริงฝ่ายสวรรค์ไม่ให้ถูกบิดเบือน
เครูบิมเป็นตัวแทนของปัญญา ความเข้าใจ และการรับรู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง พวกเขาเปรียบเสมือนผู้ที่ “มองเห็นทุกสิ่งในแสงแห่งพระองค์”
ในงานศิลปะยุคกลางและเรอเนซองส์ เครูบิมมักถูกวาดในรูปของ “ทารกมีปีก”
ซึ่งเรียกว่า putti อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการตีความที่เปลี่ยนแปลงตามยุคศิลปะ เดิมทีเครูบิมในพระคัมภีร์มีรูปลักษณ์ทรงพลังและยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก มีทั้งปีกหลายชั้น ดวงตานับไม่ถ้วน และรัศมีแห่งไฟที่สื่อถึงความรู้ที่ส่องสว่างไปทั่วทุกทิศ
นอกจากนี้ เครูบิมยังถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง “การปกป้องพระสิริของพระเจ้า” และ “การชำระใจของผู้ศรัทธา” เพราะในหลายตอนของพระคัมภีร์ พวกเขาปรากฏเมื่อพระเจ้าทรงแสดงพระองค์ เช่น ในวิหารของกษัตริย์ซาโลมอน ที่มีภาพเครูบิมประดับอยู่เต็มไปหมด เพื่อแสดงว่าพระเจ้าทรงประทับอยู่ในสถานที่นั้น
ในเชิงสัญลักษณ์ เครูบิมจึงเป็นมากกว่าฑูตแห่งความรู้ พวกเขาคือ “ดวงตาแห่งสวรรค์” ที่เฝ้ามองและปกป้องทุกสิ่งที่เป็นของพระเจ้า เป็นผู้รักษาความจริง ความยุติธรรม และความบริสุทธิ์ของจักรวาล ในทางจิตวิญญาณ เครูบิมสอนให้มนุษย์แสวงหาความรู้ที่แท้จริง ความรู้ที่นำไปสู่พระเจ้า มิใช่เพียงความเข้าใจทางโลก
กล่าวโดยสรุป ตำนานเครูบิมของศาสนาคริสต์คือเรื่องราวของพลังแห่งปัญญาและการพิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาคือผู้ที่อยู่ใกล้พระเจ้า คอยรักษาความจริงและพระสิริไม่ให้เสื่อมสูญ เครูบิมจึงเป็นสัญลักษณ์ของ “ปัญญาแห่งสวรรค์” และเป็นแบบอย่างให้มนุษย์แสวงหาความรู้และศรัทธาที่บริสุทธิ์ เพื่อให้จิตใจได้เข้าใกล้ความสว่างของพระผู้เป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น.
ได้รับการสนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังศิริราช